[Movie Review] Diana

posted on 13 Sep 2013 00:32 by kc-eazyworld in Movie directory Entertainment
 
ภาพยนตร์ชีวประวัติช่วงชีวิต 2 ปีสุดท้ายของเจ้าหญิงผู้เป็นที่รักที่สุดในโลกอย่างไดอาน่า เจ้าหญิงแห่งเวลส์ โดยหนังเล่าถึงความสัมพันธ์ระหว่างเจ้าหญิงกับศัลยแพทย์ชาวปากีสถาน Dr. Hasnat Khan ที่พระองค์ทรงคบหาดูใจหลังจากการหย่าร้างอันอื้อฉาวกับเจ้าชายชาลส์ และการไม่ลงรอยกับเหล่าบุคคลในพระราชวัง รวมถึงช่วงเวลาที่พระองค์คบหากับ Dodi Fayed แฟนหนุ่มคนสุดท้ายที่เสียชีวิตในอุบัติเหตุรถชนที่กรุงปารีส 31 สิงหาคม 1997 พร้อมกับการสิ้นพระชนม์ของเจ้าหญิงไดอาน่าด้วย หนังกำกับโดย Oliver Hirschbiegel และสร้างอิงจาก Diana: Her Last Love นิยายปี 2001 ของ Kate Snell จากการโปรโมตที่ส่งให้ Naomi Watts กลายเป็นตัวเต็งเข้าชิงออสการ์ในชั่วข้ามคืน ความหวังในเวทีรางวัลของภาพยนตร์เรื่องนี้อาจจะต้องกินแห้ว เพราะเมื่อหนังเปิดตัวในยุโรปก็มีเสียงตอบรับแง่ลบเป็นส่วนใหญ่ และกลายเป็นหนังชีวประวัติตกกระป๋องปีนี้อีกเรื่องคู่ไปกับ Jobs
 
Diana ได้มีงานรอบกาล่าคืนนี้ในบ้านเรา หลังจากได้ชมก็พบว่าออกมาเป็นกระแสด้านลบของหนังตามคาด บทภาพยนตร์เรื่องนี้ไม่ว่าฉบับนิยายจะเล่าไว้อย่างไร มันแตะเพียงผิวเผินของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทำให้ไม่เกิดความรู้สึกอยากจะติดตามการเดินทางของเจ้าหญิงเลยแม้แต่น้อย หนังเริ่มต้นช่วงการแยกกันอยู่ระหว่างเจ้าหญิงและเจ้าชายชาลส์ จนกระทั่งพระองค์ได้พบกับนายแพทย์ข่านและเริ่มแอบคบหากันหลังจากประกาศหย่ากับเจ้าชายในที่สุด ขณะที่หนังเจาะลึกมากๆ แต่ก็ใช่ว่าความเจาะลึกนี้นะน่าสนใจเสมอไป บทภาพยนตร์เรื่องนี้เลือกเล่าชีวิตส่วนตัว หรือชีวิตรักของพระองค์เป็นแกนหลัก มากกว่าจะนำเสนอความหมายที่พระองค์มีต่อประชาชน ส่วนตัวคิดว่าหนังวางจุดยืนดีตรงที่ในขณะที่ประชาชนรุมล้อมพระองค์มากๆด้วยความรัก ตัวเจ้าหญิงเองกลับรู้สึกถูกกดดันและใช้ชีวิตส่วนตัวอย่างโดดเดี่ยว ทว่าบทรักระหว่างเจ้าหญิงกับนายแพทย์ข่านถูกเล่าออกมาอย่างยืดเยื้อและน่าเบื่อ และเบี่ยงประเด็นกับช่วงเวลาสำคัญหลายๆครั้งเพื่อวกกลับมาเล่าความสัมพันธ์อันไม่คืบหน้าของคู่นี้ รวมถึงความพยายามจะมีชีวิตคู่ของเจ้าหญิง โดยไม่หันมามองมุมอื่นของพระองค์บ้างเช่นบทบาทความเป็นแม่ของพระองค์ และถึงแม้จะมองว่าภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นหนังโรแมนติกดราม่าที่ไม่ได้อ้างอิงมาจากบุคคลสำคัญ มันก็ยังเป็นหนังที่ไม่ประสบความสำเร็จอยู่ดี
 
ด้านโปรดัคชั่นของหนังที่น่ายกย่องคงจะมีเพียงการแสดงของ Naomi Watts ที่มอบไดอาน่าอันเป็นที่รักให้กับผู้ชมอย่างยอดเยี่ยม แม้บทของเธอจะไม่เอื้อและไม่สามารถกอบกู้หนังทั้งเรื่องได้ก็ตาม ส่วนงานตัดต่อเรื่องนี้ดูไม่ลงตัวเท่าไหร่นัก หนังคัทซีนดึงอารมณ์อยู่หลายครั้ง และตัดจบได้เบาจนเกินไป หนังมักใส่ฉากประหลาดๆอย่างการตกใจตื่นหรือยัด voice-over มาแบบไม่จำเป็นในช่วงที่หนังกำลังอารมณ์ละเอียดอ่อน (ชอบเพียงเสียงโทรศัพท์ในช่วงท้ายที่มาเกือบถูกจังหวะ) Diana จึงกลายเป็นหนังน่าผิดหวังเรื่องหนึ่งของปีนี้สำหรับผม มันดูขาดๆเกินๆมากกว่าจะสร้างความประทับใจที่ทำให้หวนคืนอดีตของเจ้าหญิงองค์นี้ แม้การแสดงจะยอดเยี่ยม แต่หนังขาดมิติและความขลังที่จะสร้างพลังให้กับหนังเรื่องนี้
 

Comment

Comment:

Tweet

Links