[Movie Review] This Is the End

posted on 15 Sep 2013 19:32 by kc-eazyworld in Movie directory Entertainment
 
This Is the End ภาพยนตร์ตลกโลกแตกของ Seth Rogen และ Evan Goldberg สร้างต่อยอดจากหนังสั้นผู้สร้างเดียวกันที่เซ็ธร่วมแสดงกับ Jay Baruchel ในชื่อ 'Jay and Seth versus the Apocalypse' โดยเล่าเรื่องวันสิ้นโลกของเหล่าคนดังฮอลลีวูด เมื่อเจย์มาเยี่ยมเซ็ธเพื่อนเก่าในแอลเอ พวกเขาทั้งสองตัดสินใจไปร่วมงานปาร์ตี้ขึ้นบ้านใหม่ของ James Franco กลุ่มคนดังที่มาร่วมงานได้แก่ Jonah Hill, Christopher Mintz-Plasse, Michael Cera, Craig Robinson, Rihanna และ Emma Watson ขณะที่เจย์รู้สึกปรับตัวเข้ากับสังคมใหม่ของเซ็ธไม่ได้ ก็เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้น เมื่อคนบางกลุ่มถูกแสงสีฟ้าลึกลับดูดขึ้นไปบนท้องฟ้า และเกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ที่ฆ่าคนจำนวนมาก ก่อนที่บางสิ่งที่น่ากลัวยิ่งกว่ากำลังเข่นฆ่าคนอยู่ด้านนอก ขณะที่กลุ่มเพื่อนๆทั้งห้าอย่างเซ็ธ, เจย์, เจมส์, โจนาห์, เคร็ก และแดนนี่ หลบตัวอยู่ในบ้านของเจมส์ที่กลายเป็นป้อมปราการ เพื่อรอการช่วยเหลือซึ่งอาจไม่มาในท้ายที่สุด
 
คงปฏิเสธไม่ได้กับความฉลาดของบทที่สร้างเคมีและการตบมุกของเหล่าตัวละครอันเป็นที่น่าจดจำเหล่านี้ หนังมีสเน่ห์ในการดึงเอาความเป็นคนดังฮอลลีวูดมาใช้ ไม่ว่าจะเป็นการล้อเลียนจิกกัดตนเอง, เสียดสีการใช้ชีวิตของคนดังและการล่มสลายของฮอลลีวูดฮิลส์, หยอกล้ออ้างอิงฉากต่างๆมาจากหนังดังสมัยก่อน บทหนังไม่พยายามสร้างตัวละครที่เราจะเกิดอาการไม่เชื่อถือ เพราะพวกเขาเหล่านี้ยอมแม้กระทั่งสร้างภาพลักษณ์เสียๆหายๆให้กับตัวเองในหลายๆฉาก รวมถึงเหล่านักแสดงสมทบที่เข้ามาสร้างสีสันในการเล่นเป็นตัวเอง(หรืออาจไม่ใช่) ที่เรียกว่ากล้าได้กล้าเสียกับบทพวกเขากันทุกคน ทว่าหนังเรื่องนี้ยังคงมีจุดด้อยที่ไม่อาจมองข้าม อย่างขอบเขตเหตุการณ์ที่เลยเถิดกลายเป็นสเกลที่ใหญ่ขึ้นจากฉบับหนังสั้น แต่ความลุ้นระทึกกลับเทียบกันไม่ได้ ใน This Is the End หนังเน้นภาพแฟนตาซีวันสิ้นโลกในไบเบิลมากกว่าสร้างภาวะความไม่รู้ ซึ่งจุดที่ทำให้ไม่เวิร์คเลยสำหรับบทหนังคือการใช้เรื่องคุณธรรมการทำความดีเป็นจุดตัดสินในหนังประเภทนี้ เพราะเมื่อหยิบประเด็นนี้มาใช้ทำให้ความเสื่อมของหนังดูปลอมไปด้วย และตัดจบอย่างมองโลกในแง่ดีพอๆกับอ่อนต่อโลกจนเกินความเป็นดาร์คคอมเมดี้
 
ด้านโปรดัคชั่นเองมีความไม่ลงตัวอยู่เยอะ เนื่องจาก This Is the End มีศักยภาพใช้งานสร้างทุนต่ำเพื่อสร้างความบันเทิงได้อย่างมาก แต่ทิศทางของหนังเรื่องนี้กลับเลือกไปทางแฟนตาซีจนเกินตัว ทำให้งานภาพที่ควรจะดูน่าเชื่อถือหลายๆครั้งหลอกตาราวกับหนังเกรดบีก็ไม่ปาน จะว่าเป็นการล้อเลียนหนังเกรดบีก็ไม่เชิงเพราะโทนหนังไม่ได้มาโซนดังกล่าวเท่าที่ควร This Is the End จึงกลายเป็นหนังที่น่าชื่นชมและน่าผิดหวังไปพร้อมๆกันสำหรับผม เนื่องจากเสียดายความบ้าบิ่นของเหล่านักแสดงที่เพี้ยนและตลกได้ใจมาก หลายเนื้อเรื่องไม่หลุดออกนอกโลกขนาดนี้คงเพิ่มความสนุกให้กับหนังมากกว่านี้ แม้จะอยู่ในระดับเกือบท็อปฟอร์มของหนังตลกอเมริกันยุคนี้แล้วก็ตาม
 

Comment

Comment:

Tweet

Links