[Movie Review] Elysium

posted on 19 Sep 2013 00:11 by kc-eazyworld in Movie directory Entertainment
 
Elysium ภาพยนตร์ไซไฟผลงานทุนสูงเรื่องแรกของ Neill Blomkamp หลังประสบความสำเร็จมหาศาลจาก District 9 ถึงขั้นได้เข้าชิงภาพยนตร์ยอดเยี่ยมเวทีออสการ์มาแล้ว ล่าสุดกับ Elysium ที่มีกลิ่นเดิมของ District 9 อย่างชัดเจน แต่ถูกขยายให้กลายเป็นสเกลที่ใหญ่ขึ้น เรื่องราวการแบ่งแยกชนชั้นในโลกอนาคตปี 2159 ที่คนมีฐานะจะขึ้นไปใช้ชีวิตสุขสบายในอาณานิคมบนสถานีอวกาศที่เรียกว่าเอลิเซียม ทิ้งให้คนยากจนยังคงอยู่บนโลกที่เสื่อมโทรมเต็มไปด้วยความยากไร้, อาชญากรรม,โรคภัยไข้เจ็บ และการกดขี่ทางสังคม มีหลายคนที่พยายามหลบขึ้นหนีไปบนเอลิเซียม แต่หน่วยงานรัฐบาลหลายส่วนจะพยายามกีดกันเพื่อรักษาความศิวิลัยบนสถานีเอาไว้ ความหวังจึงมาตกกับชายคนหนึ่ง Max Coburn ผู้ซึ่งมีความจำเป็นต้องหนีจากโลกไปบนเอลิเซียมเฉกเช่นคนอื่น เขาจะทำทุกวิถีทางรวมถึงร่วมปฏิบัติการแสนอันตราย ทำให้แม็กซ์ตกเป็นเป้าของรัฐมนตรีกลาโหม ที่ตามเล่นงานโดยส่งเจ้าหน้าที่พิเศษ Kruger ล่าตัวเขา แต่หากเขาทำงานนี้สำเร็จ มันจะสามารถเปลี่ยนชีวิตคนหลายล้านบนโลกได้
 
ส่วนตัวตั้งความหวังไว้ภาพยนตร์เรื่องนี้ในระดับหนึ่ง เนื่องจากบล็อมแคมป์ทำให้ประทับใจจาก District 9 ไว้ค่อนข้างมาก และมีความสนใจในพล็อตทุนนิยมโลกอนาคตมาแต่ไหนแต่ไร ทว่า Elysium ที่แม้จะมีจุดเด่นในหลายๆด้าน แต่กลับไปไม่ถึงจุดหมายเท่าที่ควร ข้อด้อยหลักของภาพยนตร์ไซไฟเรื่องนี้คือทิศทางการเล่าเรื่องที่มาง่ายไปมาซะหมด ในขณะที่หนังมีองค์ประกอบที่สามารถเป็นหนังเยี่ยมได้เรื่องหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็นฮีโร่จำเป็น, การแบ่งชนชั้น, ทุนนิยมทำพิษ, เกมการเมือง, การปฏิวัติทหาร และอีกมากมาย แต่ทุกอย่างถูกนำเสนอออกมาผิดที่ผิดทางไปหมด เรื่องเปิดด้วยโลกอันตกต่ำที่เราได้เห็นการใช้ชีวิตยากลำบากและถูกเอาเปรียบจากทางการ ขณะที่เซตติ้งบนโลกถูกสร้างมาอย่างปราณีตและชัดเจนกับการแบ่งชนชั้นมาก แต่โลกนี้ขาดข้อมูลของการปกครอง สาเหตุที่ควรมีบอกจุดนี้เนื่องจากหนังนำเสนอให้เราเห็นว่ากลุ่มรัฐบาลบนเอลิเซียมมีสิทธิ์ทำอะไรกับผู้คนบนโลกก็ได้ มันทำให้น่าฉงนสงสัยว่าในฐานะรัฐบาลจะสามารถทำอะไรตามใจชอบโดยที่ไม่มีประชาชนบนเอลิเซียมเหลียวแลเชียวหรือ? ถ้าหากหนังเน้นไปที่การปกครองพึ่งระบบทุนนิยมไปเลยก็อาจทำให้บทบาทอำนาจนำเสนอออกมาได้ชัดเจนกว่านี้
 
เมื่อพูดถึงเซตติ้งแล้ว ในขณะที่ชีวิตสุขสบายบนเอลิเซียมถูกสร้างออกมาเนี้ยบสมราคา แต่หนังไม่สามารถแสดงความพิเศษของมันออกมาได้ อย่างที่กล่าวไปว่านอกจากเอลิเซียมถูกนำเสนอเป็นฝ่ายร้ายผ่านตัวเจ้าหน้าที่รัฐบาล ส่วนอื่นๆของเอลิเซียมไม่เคยถูกเล่าออกมาเลย และกลายเป็นแค่สภาพแวดล้อมสวยๆให้ตัวละครเดินไปเดินมามากกว่าเป็นแกนหลักของเรื่อง ด้านความสัมพันธ์และบทบาทของตัวละครนั้นยิ่งกว่าไต่ลงเหว ตลอดทั้งเรื่องแม็กซ์ต้องการไปเอลิเซียมด้วยเหตุผลส่วนตัวล้วนๆ แต่หนังผลักเขาให้กลายเป็นฮีโร่ตอนจบเสียง่ายๆโดยที่แรงจูงใจต่อตัวละครอื่นๆถูกเล่าอย่างยัดเยียดผ่านแฟลชแบ็ค ส่งผลให้การตัดสินใจช่วงท้ายของแม็กซ์ไม่เกิดอิมแพ็คที่ให้อินได้ อีกทั้งการแบ่งบทตัวละครที่ดูไม่เป็นธรรมนัก กรณีอย่างบทของครูเกอร์และรัฐมนตรีเดลาคอร์ทที่ควรสลับแอร์ไทม์กันด้วยซ้ำ จุดที่ยังดึง Elysium ออกมาจากเหวได้คงไม่พ้นการแสดงของ Matt Damon และ Sharlto Copley ที่สมบทบาทไม่แพ้กัน โดยเฉพาะเดมอนผู้ที่สามารถสื่ออารมณ์ทางสายตาและน้ำเสียง ไม่ว่าจะเจ็บปวด,สิ้นหวัง หรือไร้ทางเลือก รวมถึงงานออกแบบต่างๆที่ดูดีและมีงานสร้างที่สมจริงมากๆคอยหนุนหลังอยู่ หากใครชอบหนังสร้างโลกอนาคตใหม่ๆก็คงตื่นตากับสเกลไอแม็กซ์ไม่น้อย ส่วนคิวบู๊ต่างๆไม่ได้ใหม่แปลกตาสมกับอุปกรณ์แต่ก็ยังเอามันส์ได้บ้าง
 
ด้วยพล็อตที่ตามสูตรและหาทางออกให้กับหนังง่ายจนเกินไป ทำให้ Elysium ยังไม่ใช่ผลงานระดับเดียวกับ District 9 ของบล็อมแคมป์ แม้จะมีอะไรหลายๆอย่างเหมือนกันแต่หนังไม่สามารถสื่อสารทางอารมณ์ให้กับผู้ชมได้ ส่วนงานโปรดัคชั่นนับว่าจัดเต็ม อาจไม่ใช่ไอเดียที่ใหม่ล้ำแต่ก็มีความเป็นตัวของตัวเองสูง และดูสนุกไม่เลวร้ายนักครับ
 

Comment

Comment:

Tweet

ตอบข้อความของคุณ"นักดูหนังเหมือนกัน"นะครับ
ถ้าถามว่ารีวิวที่เขียนนี้มาจากความคิดเห็นส่วนตัวจริงไหม จริงครับ เพราะบทวิจารณ์มันก็คือการวิจารณ์น่ะครับ ว่าไปดูหนังมาแล้วรู้สึกอย่างไรก็เขียนไปตามนั้น ผมคงจะไม่สามารถไปวิจารณ์ตอนเขาเขียนบทอย่างที่คุณว่าได้ครับ และในวิจารณ์แต่ละครั้งมีหลายๆเหตุผลในความเห็นส่วนตัวของผมที่ทำให้คะแนนสุดท้ายออกมาแบบนี้ ไม่ว่าหนังจะมีทาร์เก็ตหรือสร้างมาเพื่อใคร ผมมองที่ตัวหนังมากกว่าผลลัพธ์ครับ และผมไม่เคยเขียนว่าหนังทุกเรื่องจะต้องจบด้วยงานโปรดัคชั่นใหญ่ผมถึงจะชอบครับ แต่อย่างกรณี Elysium มันมีศักยภาพพอจะไปต่อได้ แต่ตัวหนังถูกเล่าออกมาไม่ดีจริงๆ ซึ่งมันก็ขึ้นอยู่กับตัวผู้อ่านด้วยว่าจะเห็นด้วยหรือไม่ เพราะคงไม่มีใครชอบหนังแบบเดียวกันหมดหรอกครับ และผมไม่เคยเบสการให้คะแนนจากเว็บไซต์ใดๆครับ ถ้าคุณ"นักดูหนังเหมือนกัน"วิเคราะห์บล็อกผมจริงๆ หากเป็นข่าวหนังทั่วๆไปผมเขียนอย่างเป็นกลางเสมอครับ แต่ข่าวเพื่อการโปรโมตกับคำวิจารณ์หลังชมมันไม่เหมือนกันถูกไหมครับ

#3 By Kc on 2013-09-21 19:27

ส่วนตัวดูบทวิเคราะห์หนังของท่านมาหลายเรื่องเหมือนกันครับ และขอขอบคุณที่นำข่าวสารมานำเสนอตลอดนะครับ แต่เท่าที่สังเกตดูหนังที่จะได้เกรดมากๆนั้นเป็นหนังที่คุณชอบส่วนตัวหรือเปล่าครับ หรือว่าคุณนำเรตติ้งมาจากเว็บ IDMB เพราะถ้าใช่ เขาให้ตั้ง 7.0 เลย แต่เกณฑ์ที่คุณให้ดูเหมือนเป็นความรู้สึกส่วนตัวเกินไป เน้นนะครับว่าเป็นความรู้สึกส่วนตัวเกินไปไม่ใช่ทั่วไป เพราะคุณอย่าลืมว่าหนังในการเขียนบทมันต้องมีขาดมีเกินบ้างเป็นธรรมดาไม่สามารถใส่รายละเอียดตามที่คุณวิเคราะห์ได้หมดหรอกครับ เพราะหนังที่ดีส่วนมากก็จะเป็นหนังที่ไม่ต้องมีโปรดัคชั่นใหญ่มากเพราะหนังเขาเน้นที่บทการนำเสนออย่างเช่น อาร์โก้ แต่ถ้าคุณจะเอาหนังไซไฟ หรือเอาหนังแอนิเมชั่นมาวิจารย์ คุณก็ต้องเข้าใจว่าหนังต้องการเน้นอารมณ์แบบไหนหรือเอาใจคนกลุ่มไหนถ้าเป็นการ์ตูนที่เด็กดูก็ต้องน่ารักใสๆ ไม่ต้องมีบทหรือโครงเรื่องสับซ้อนมากมาย หรือบทสรุปหนังหลายๆเรื่องที่คุณบอกว่าควรจะจบแบบนี้ คุณก็ต้องเขาใจว่าหนังบางเรื่องไม่ได้ต้องการบทสรุปที่จบแบบดีหรือยิ่งใหญ่มากมายหรอกครับ แต่เขาต้องการให้คิดต่อว่าจะเป็นเช่นไรในสายตาของผู้ชมครับ หนังบางเรื่องต้องการศื่อความหมายในช่วงกลางเรื่อง ซึ่งนั้นก็เพียงพอต่อการชมแล้วครับ เพราะบทสรุปของหนังทุกเรื่องมันต้องมีอยู่แล้วครับแต่จะดีหรือไม่ดีมันเป็นมุมมองของคนเขียนบทที่ต้องการเป็นแบบนี้ เพราะถ้าคุณจะวิจารย์คุณก็ต้องวิจารย์ตั้งแต่คนเขียนบทก่อนสร้างแล้วครับ เพราะหนังก่อนจะสร้างมันก็ต้องมีบทก่อนจริงไหมครับ เพราะฉนั้นผมจึงคิดว่าการแสดงความคิดเห็นของคุณอยากให้เป็นกลางๆมากกว่าความคิดเห็นส่วนตัวจริงไหมครับ

#1 By นักดูหนังเหมือนกัน (119.46.100.43) on 2013-09-19 14:19

Links