[Movie Review] Rush

posted on 26 Sep 2013 00:50 by kc-eazyworld in Movie directory Entertainment
 
ภาพยนตร์ดราม่านักซิ่งของ Ron Howard ผู้กำกับ Apollo 13, A Beautiful Mind และ The Da Vinci Code โดยสร้างจากเหตุการณ์การจริงที่บอกเล่าถึงการแข่งฟอร์มูลาวันในตำนานระหว่าง James Hunt และ Niki Lauda หนุ่มนักแข่งรถที่ไต่เต้าเข้าวงการมาพร้อมๆกัน ขณะที่หนุ่มเพลย์บอยอย่างเจมส์มีพรสวรรค์ในการขับเสี่ยงตายด้วยความกล้าได้กล้าเสียของเขา นิกี้ใช้พรแสวงและความสามารถในการแต่งรถช่วยให้เข้าแข่งขันในสนามใหญ่ๆจนได้เซ็นสัญญากับเฟอร์รารี่ หลัง 1 ปีจากการครองแชมป์ F1 ของนิกี้ เจมส์ผู้ที่หวังจะเอาชนะคู่ปรับตลอดกาลของเขา ได้เซ็นสัญญากับแม็คลาเรนเพื่อลงแข่ง F1 ด้วยรถที่มีคุณภาพเท่าเทียมกับนิกี้ในที่สุด ขณะที่การแข่งขันซีซั่นใหม่ของปี 1976 กำลังเป็นไปอย่างดุเดือดระหว่างนิกี้และเจมส์ ทว่าในช่วงสนามท้ายๆนี้เองที่นิกี้ได้ประสบอุบัติเหตุระหว่างการแข่งกรังด์ปรีซ์ในเยอรมันจนถูกไฟไหม้เกือบเสียชีวิต แม้ในงานโปรโมตจะชวนให้ผมคิดว่ารอนจะเลือกเล่าหนังออกมาในเชิงดราม่ามากกว่าแอ็คชั่นระหว่างแข่งรถ แต่ก็ต้องผิดคาดเมื่อหนังสามารถผสมสองส่วนออกมาได้เท่าเทียมกัน
 
Rush เลือกเล่าประเด็นเดียวผ่านมุมมองสองตัวละคร อย่างที่นักแข่งรถพูดเสมอๆว่าการขับรถวนเป็นวงกลมหลายๆรอบมันไม่ใช่เรื่องที่น่าดึงดูดอะไร แต่ความอันตรายต่างหากที่ท้าทาย และความเสี่ยงชีวิตเหล่านี้ก็เป็นตัวดึงให้ผู้ชมสนใจนักแข่งมากซะยิ่งกว่าตัวรถ โดยการท้าความตายเช่นนี้ขึ้นอยู่กับความพร้อมของนักแข่งว่ากล้าเสี่ยงชีวิตของตัวเองขนาดไหน เพื่อให้ได้มาซึ่งชัยชนะ ขณะที่นิกี้เป็นคนสันโดษและเข้าสังคมไม่เก่ง เขากลับเป็นนักแข่งที่ไม่มีใครกล้ามองข้าม และความบ้างานของเขาโดยไม่มีเรื่องส่วนตัวในชีวิตนี่เอง ทำให้เขากล้าเสี่ยงอันตรายเป็นที่สุด ขณะที่เจมส์เป็นหนุ่มปาร์ตี้และใช้ชีวิตอย่างสนุกสนาน เขามองการแข่งขันเป็นเอาชนะและตอบสนองความต้องการของตัวเองมากกว่าเรื่องหลักการ เจมส์มีความบ้าระห่ำมากยิ่งกว่านิกี้ แต่ทั้งสองก็ตระหนักดีว่าเมื่อเข้าไปอยู่ในห้องคนขับหลังพวงมาลัยแล้ว อะไรๆก็เกิดขึ้นได้ แม้การเล่าเรื่องจะให้อารมณ์เหมือนหนังมีพระเอกสองคน แต่ไลน์เรื่องกลับเอื้อกับนิกี้มากกว่าจนรู้สึกว่าหนังเอนเอียงความสนใจไปบ้าง ทว่าหนังมีความลงตัวในการผสานดราม่าและแอ็คชั่นได้ดี รวมถึงการแสดงที่ทำให้ความสัมพันธ์ของสองตัวละครนำดูซับซ้อนและน่าค้นหา ในขณะที่ฉากแข่งรถต่างๆก็ลุ้นระทึกจนแทบลืมหายใจไปด้วย
 
งานกำกับภาพของเรื่องนี้ถือเป็นอีกหนึ่งจุดเด่นที่อดชมไม่ได้ หนังมักเลือกมุมกล้องและโคลสอัพตัวเครื่องยนต์ต่างๆ หรือรายละเอียดเล็กๆน้อยๆที่ถ่ายออกมาสวยมากๆ โดยเฉพาะระหว่างการแข่งที่สามารถเล่าภาพได้น่าตื่นเต้นทีเดียว บวกกับซาวด์เอฟเฟ็คต่างๆอย่างเสียงเครื่องรถที่กระหน่ำลำโพงแทบพังและได้อารมณ์สนามแข่งสมจริงไม่น้อย Rush จึงเป็นภาพยนตร์คุณภาพที่มีความกลมกล่อมพอดีไปเกือบทุกด้าน การเล่าเรื่องไม่ได้ตามสูตรอย่างที่คิดเนื่องจากข้อมูลเรื่องจริงทำให้หนังบิดไปเป็นฮอลลีวูดสไตล์ไม่ได้มากนัก และสำหรับผมที่ไม่ได้ตามข่าวการแข่งขันจริงๆมาก่อนก็ผิดคาดไม่น้อย หนังยังได้ทีมนักแสดงโดดเด่นและเก็บรายละเอียดด้านอารมณ์ภาพได้ดี หากใครเป็นแฟนๆ F1 อยู่แล้วคงถูกใจแน่ๆ แต่ใครที่ไม่คุ้นเคยกับการแข่งแบบนี้ก็ดูสนุกได้ไม่ยากครับ
 

Comment

Comment:

Tweet

Links