[Movie Review] The Kings of Summer

posted on 29 Sep 2013 22:19 by kc-eazyworld in Movie directory Entertainment
 
'จะทนใช้ชีวิตเดิมๆทำไมหากเราสามารถปกครองตนเองได้' ประโยคบนคำโปรยโปสเตอร์อันติดตาของ The Kings of Summer ภาพยนตร์ก้าวผ่านวัยคุณภาพของผู้กำกับ Jordan Vogt-Roberts และผู้เขียนบท Chris Galletta ซึ่งไปเปิดตัวในเทศกาลภาพยนตร์ซันแดนซ์เมื่อต้นปีที่ผ่านมานี้ เรื่องราวของเพื่อนสนิทสองคนอย่างโจและแพทริค ที่เบื่อหน่ายกับการใช้ชีวิตอยู่กับครอบครัวที่ยังคงเห็นพวกเขาเป็นเด็กมากกว่าหนุ่มที่สามารถตัดสินใจด้วยตัวเองได้ ทั้งสองจึงเริ่มสร้างบ้านของตัวเองในป่าด้วยความช่วยเหลือของบิอาจิโอเพื่อนรุ่นเล็กสุดประหลาด และเมื่อบ้านของพวกเขาสร้างเสร็จ ทั้งสามจึงตัดสินใจหนีออกจากบ้านเพื่อมาใช้ชีวิตอยู่กันเองโดยไม่มีผู้ปกครองมาค่อยเจ้ากี้เจ้าการ และโตเป็นผู้ใหญ่ด้วยตัวของพวกเขาเอง ขณะที่บรรดาพ่อแม่ต่างก็ปั่นป่วนไปกับการตามหาลูกๆตัวแสบของพวกเขาที่หายตัวไปอย่างลึกลับ การใช้ชีวิตสนุกสนานไปวันๆของวัยรุ่นทั้งสามเป็นไปได้สวย ทว่าสิ่งที่ตามมาคือความรับผิดชอบต่อกิจวัตรประจำวันและการเอาตัวรอดในป่าในฐานะผู้ใหญ่ที่พวกเขาอยากจะเป็น
 
นับเป็นหนังที่ผิดคาดไม่น้อยสำหรับผลงานเปิดตัวของวอกซ์-โรเบิร์ตส ซึ่งเดิมทีคิดว่าหนังจะมีลักษณะเป็นคอมเมดี้ดราม่าวัยรุ่นทั่วๆไป ทว่าโทนของ The Kings of Summer เป็นอะไรที่ดึงดูดมากๆ หลายๆครั้งชวนให้นึกถึงสไตล์ของ Wes Anderson ทั้งในแง่อารมณ์ขันและตัวละคร เนื้อหาของเรื่องนี้ไม่ได้มีอะไรมากไปกว่าการ Coming-Of-Age ของเด็กๆที่คิดว่าตัวเองสามารถใช้ชีวิตในฐานะผู้ใหญ่ได้ และไม่ได้รับการไว้เนื้อเชื่อใจจากพ่อแม่ แม้ประเด็นจะเป็นอะไรที่ละเอียดอ่อน แต่หนังสามารถเลือกเล่าได้อย่างเฮฮา, สนุกสนาน และอดขำกับมุกตลกประหลาดๆด้วยอารมณ์ซิทคอมของเรื่องนี้ไม่ได้ เมื่อเด็กๆเริ่มเข้าสู่บ้านในป่าของพวกเขาเองและตั้งตนเป็นใหญ่ในชีวิต ทำให้เราเห็นข้อขัดแย้งอย่างชัดเจนระหว่างตัวละคร และตัวละครเหล่านี้นี่เองที่เป็นพลังขับเคลื่อนของภาพยนตร์เรื่องนี้ หนุ่มทริโอ้อย่างโจ, แพทริค และบิอาจิโอ เป็นความลงตัวของไซเคิลโดยมีทั้งหัวโจกจอมขบฏอย่างโจที่ขัดแย้งกับพ่อของเขามากกว่าใครเพื่อนหลังจากต้องอยู่กันลำพังสองคน, แพทริคที่ดูเป็นเหมือนพี่ใหญ่กับครอบครัวที่ดูแลมากจนเกินเหตุและไม่ให้ความเป็นส่วนตัวแม้พวกเขาจะไม่ได้ขัดแย้งอะไรกันเลยก็ตาม, สุดท้ายกับบิอาจิโอ ตัวละครสร้างสีสันมากที่สุดในเรื่องที่เราแทบไม่รู้อะไรเกี่ยวกับเขาเลยทีแรก และจู่ๆเขาก็เข้ามาอยู่ในเรื่องโดยต้องการแค่เพื่อน
 
สิ่งที่น่าสนใจอีกอย่างของทั้งสามคือพวกเขาเลือกหนีเข้าป่าสันโดษมากกว่าออกไปยังเมืองกว้างที่ไหนซักแห่ง ตามชื่อเรื่องว่าราชาแห่งฤดูร้อน ความต้องการของโจ, แพทริค และบิอาจิโอ ไม่ใช่เพียงแค่หนีจากครอบครัว และหนีออกจากสังคมด้วย หนังสะท้อนการแยกตัวของวัยรุ่นที่มีมากขึ้นไม่ว่าประเทศไหน และผลกระทบจากการโหยหาความอิสระนี้เองที่สังคมมองข้ามไปโดยไม่รู้ตัว แต่ซัมเมอร์ก็คือซัมเมอร์ เมื่อเด็กๆเปิดภาคเรียนเมื่อไหร่พวกเขาก็ต้องกลับมายอมรับความจริงและเติบโตเป็นผู้ใหญ่ในกรอบของสังคมอีกครั้ง ทีมนักแสดงถือเป็นอีกหนึ่งองค์ประกอบหลักที่ทำให้หนังเรื่องนี้เกรียนได้ทรงพลังมากๆ ไม่ว่าจะเป็นหนุ่มๆที่ฝากผลงานอันน่าประทับใจอย่าง Nick Robinson, Gabriel Basso, Moises Arias และฝั่งผู้ใหญ่ที่น่าจดจำไม่แพ้กันทั้ง Nick Offerman และ Megan Mullally รวมถึงงานโปรดัคชั่นที่น่าชื่นชมไม่ว่าจะเป็นการเล่าภาพที่แฝงไปด้วยสัญลักษณ์ต่างๆ เช่น การเล่นเกมเศรษฐีที่ตัวละครมักเล่นแบบจับคู่กันเพื่อสะท้อนมุมมองของแต่ละฝ่ายต่อสถานการณ์การอยู่ร่วมกัน และที่ขาดไม่ได้ก็คือเพลงประกอบที่สร้างอารมณ์ควบคู่ไปกับจังหวะหนังเป็นอย่างดี
 
The Kings of Summer นับเป็นงานคุณภาพกับภาพยนตร์ฟีลกู้ดที่ไม่ได้ชมกันบ่อยๆ หนังเรื่องนี้ครบรสในแง่มุมของวัยรุ่นทั้งเรื่องเพื่อน, ครอบครัว, รักแรก และบอกเล่าในมุมมองของผู้ใหญ่ไปด้วยในเวลาเดียวกัน หลายครั้งที่ผมชมหนังอิ่มเอมหัวใจแล้วทำให้อารมณ์ค้างไปพักใหญ่ และเรื่องนี้ก็เป็นหนึ่งในนั้นครับ
 

Comment

Comment:

Tweet

Links