[Movie Review] Blue Jasmine

posted on 30 Sep 2013 23:47 by kc-eazyworld in Movie directory Entertainment
 
ภาพยนตร์คอมเมดี้ดราม่าเรื่องล่าสุดของผู้กำกับ Woody Allen อีกหนึ่งเจ้าพ่อวงการฮอลลีวูดที่ฝากผลงานภาพยนตร์ให้เราชมกันแทบทุกปีมาเกือบ 50 ปีแล้ว แม้สไตล์หนังของปู่อัลเลนจะยังคงเสมอต้นเสมอปลาย แต่คุณภาพหนังของเขาก็ไม่เคยตก ซึ่งใน Blue Jasmine เองก็ได้รับคำชมจากนักวิจารณ์มากมายโดยว่ากันว่าเป็นงานดัดแปลงจากโชว์บรอดเวย์ A Streetcar Named Desire รวมถึงนักแสดงนำอย่าง Cate Blanchett เองก็ขึ้นแท่นตัวเต็งนักแสดงนำหญิงบนเวทีออสการ์ปีนี้ไปเป็นที่เรียบร้อย หนังว่าด้วยเรื่องของแจสมิน สาวนิวยอร์คสังคมชั้นสูงที่ต้องเข้าขาลงของชีวิต เมื่อเธอกลายเป็นเศรษฐีตกกระป๋องหลังจากสามีของเธอหาเงินจากธุรกิจอย่างไม่ชอบธรรม ชีวิตสวยหรูที่ถูกปรนนิบัติอย่างดีของแจสมินกลายเป็นชีวิตตกอับในช่วงเวลาไม่กี่เดือน ทำให้เธอต้องย้ายมาอยู่ซานฟรานซิสโกกับน้องสาวชนชั้นล่างของเธอ ด้วยตัวแจสมินอยู่อย่างสบายมาเกือบครึ่งชีวิต และอาการทางประสาทที่ไม่อยู่กับเนื้อกับตัวของเธอ ส่งผลให้การเริ่มต้นชีวิตใหม่ไม่ใช่เรื่องง่ายนัก เช่นเดียวกับจินเจอร์น้องสาวของแจสมินที่ต้องแบกรับภาระพี่สาวตัวแสบจอมดูถูกมาปั่นป่วนชีวิต แม้เธอจะถูกแจสมินเมินเฉยมาโดยตลอดก็ตาม
 
อีกครั้งที่ปู่อัลเลนสามารถสร้างงานชิ้นเยี่ยมได้โดยที่ไม่ได้ต้องพยายามอะไรมากไปกว่าเดิม หลายครั้งอาจดูเหมือนหนังไม่มีอะไรใหม่ด้วยการเล่าเรื่องตามสูตรของสาวตกอับที่ต้องมาใช้ชีวิตกับชนชั้นล่างและทำให้เธอประสาทเสียยิ่งกว่าเก่า แต่สิ่งที่ทำให้หนังแนวนี้เข้ากับอัลเลนได้ดีคือสไตล์การเล่าเรื่องที่ลงตัวของเขา หนังไม่ได้พยายามเกินตัวแต่ก็ไม่ได้เข้าสูตรเดิมในแบบฮอลลีวูดเสียทีเดียว อัลเลนเลือกเล่าเนื้อหาหนักๆอย่างการสิ้นไร้ไม้ตอก, การนอกใจ, ดราม่าพี่น้อง, ปัญหาทางจิต และความปลิ้นปล้อนของตัวละคร แต่สิ่งเหล่านี้ถูกถ่ายทอดออกมาด้วยอารมณ์เบาๆและตลกร้ายเฮฮา ชวนให้นึกถึงอารมณ์ซิทคอมหรือหนังคอมเมดี้สไตล์ยุโรปก็ไม่ปาน สิ่งที่ขาดไปไม่ได้คือความลงตัวของตัวละครที่ดูเพี้ยนแต่ยังอยู่บนโลกแห่งความจริง หนังสามารถเล่าบุคคลเหล่านี้ได้อย่างยุติธรรมและไม่ดูเสแสร้งไปกับสถานการณ์ที่ดูเป็นละครมากกว่าเรื่องจริง และที่ช่วยส่งพลังให้กับหนังมากๆคือทีมนักแสดง โดยเฉพาะแบลนเช็ตต์ที่แทบจะแบกหนังไว้ทั้งเรื่องด้วยความทุ่มเทในแง่อารมณ์และสามารถของเธอที่ถ่ายทอดบทแจสมินออกมาได้อย่างยอดเยี่ยม เธอทั้งสง่า-เพี้ยน-ตลก-บ้า อยู่ในคนเดียวกัน เรียกว่าเป็นบทที่เหนื่อยและสมศักดิ์ศรีตัวเต็งออสการ์มากๆ ขณะที่ทีมนักแสดงคนอื่นๆก็สร้างสีสันได้ใกล้ๆเคียงกันครับ
 
แม้ Blue Jasmine อาจไม่ได้สร้างความประทับใจให้กับตัวผมเหมือนที่ Midnight in Paris ทำเอาไว้ แต่ก็เป็นหนังที่ทรงสเน่ห์และฉลาดเลือกมุมมองในการเล่าที่มีลูกเล่นและดูเพลินมากๆเรื่องหนึ่ง หากใครอยากชมงานแสดงระดับเทพของแบลนเช็ตต์ที่เธอเอาอยู่จริงๆ ก็ไม่ควรพลาดเรื่องนี้ด้วยประการทั้งปวงครับ
 

Comment

Comment:

Tweet

Links