Lifestyle

Kc Chart of the Year 2013

posted on 29 Dec 2013 21:45 by kc-eazyworld in Lifestyle directory Entertainment, Lifestyle, Diary
and check out my previous winners from each year here

The Phantom of the Opera - World Tour

posted on 18 May 2013 11:37 by kc-eazyworld in Lifestyle directory Entertainment, Lifestyle
 
The Phantom of the Opera ละครเวทีบรอดเวย์มิวสิคัลชื่อดังระดับโลก ที่อ้างอิงจากนิยายของ Le Fantôme de l'Opéra โดยผู้เขียนได้รับแรงบันดาลใจจากเหตุการณ์จริงในโรงอุปรากรปารีสที่มีการค้นพบทะเลสาบที่ชั้นใต้ดินของโรงละคร รวมถึงเหตุการณ์พิศวงที่โคมระย้าตกลงมาอีกด้วย นิยายเรื่องนี้เคยถูกดัดแปลงเป็นภาพยนตร์และละครเวทีหลายต่อหลายครั้ง แต่ที่ยังคงเป็นที่รู้จักมาจนทุกวันนี้คงไม่พ้นฉบับละครเพลงของ Andrew Lloyd Webber ที่จัดแสดงครั้งแรกในปี 1986 ที่ประเทศอังกฤษ โดยได้รับเสียงตอบรับอย่างล้นหลามที่กลายเป็นที่รู้จักในชั่วข้ามคืน มีเพลงดังกว่า 10 เพลงบทละคร และกวาดรางวัลมาถึง 70 รางวัล รวมทั้ง Tony Award ปี 1986 ด้วย เมื่อ 2011 ก็ได้มีการฉลอง 25 ปีโดยจัดทำบันทึกการแสดงใน Royal Albert Hall มาฉายในโรงภาพยนตร์ทั่วโลกอีกด้วย และในปี 2013 นี้เอง The Phantom of the Opera ก็ได้เดินทางมาเปิดการแสดงสดในเมืองไทยเป็นครั้งแรก ณ โรงละครเมืองไทยรัชดาลัยเธียเตอร์ ที่ได้นักแสดงและทีมงานผู้เคยร่วมงานกับโปรดัคชั่นใหญ่หลากหลายประเทศทั้งสิ้นหลายร้อยชีวิต มาสร้างสรรค์งานดีๆและยากจะชมในเมืองไทยเสียที
 
คริสติน นักเต้นบัลเล่ต์ในโรงละครโอเปร่าห์แห่งหนึ่ง ได้ถูกเลือกให้มารับบทนำเป็นครั้งแรกหลังจากดารานำหญิงเอาแต่ใจของโรงละครนี้ถอนตัวออกไปก่อนการแสดง คริสตินได้รับการฝึกฝนด้านโอเปร่าห์จากชายลึกลับที่เธอเชื่อว่าเป็นเทพแห่งเสียงเพลงที่พ่อของเธอส่งมาจากสวรรค์ แต่เมื่อคริสตินได้พบกับราอูล ชายคนรักเก่าของเธอในวัยเด็ก ทำให้แฟนธอมผู้เป็นอาจารย์ของเธอไม่พอใจเป็นอย่างมาก อีกทั้งการเปลี่ยนตัวเจ้าของโรงละครใหม่ที่เชื่อว่าผีในโรงละครที่แค่เรื่องหลอกเด็กและท้าทายอำนาจของเขา หลังจากนั้นการแสดงและงานปาร์ตี้ต่างๆของโรงละครนี้ก็ถูกสร้างความปั่นป่วนอย่างลึกลับจากชายผู้ประพันธ์บทละครให้โรงละครนี้เอง จนกระทั่งได้เกิดหายนะการฆาตกรรมและแชนเดอเลียร์อันงามได้ถูกตัดร่วงหล่นบนเวทีการแสดง ราอูลและคริสตินจะต้องหยุดยั้งชายผู้มีใบหน้าปิศาจหลังหน้ากากคนนี้จากหายนะครั้งต่อไป เพื่อโรงละครและเพื่อความรักของทั้งสอง ต้องบอกก่อนว่าผมเองไม่ใช่คนที่ไปชมละครเวทีบ่อยนัก เพราะฉะนั้นบทความด้านล่างจะไม่ใช่รีวิวเนื่องจากยังคิดว่าดูมาไม่เยอะพอจะไปวิเคราะห์อะไรได้มากนัก และขอพูดในฐานะผู้ชมที่กลับมาเล่าสู่กันฟังดีกว่าครับ
 
นับตั้งแต่ปี 2004 ที่ได้ชม The Phantom of the Opera ฉบับภาพยนตร์ที่กำกับโดย Joel Schumacher และเกิดประทับใจกับมิวสิคัลเรื่องนี้ขึ้น ตอนนั้นก็ได้แต่คาดหวังลมๆแล้งๆว่าวันหนึ่งละครเวทีระดับบรอดเวย์เรื่องนี้จะได้มาเปิดการแสดงที่บ้านเรา และจะได้มีโอกาสไปชมกับเขาบ้าง ซึ่งเมื่อคืนนี้ความหวังก็เป็นจริงเสียที หลังจากชมผ่านจอมานาน ยอมรับเลยว่าประสบการในโรงละครจริงนั้นต่างกันมาก เหมือนคุณนั่งฟังเพลงอยู่บ้านกับไปคอนเสิร์ตที่ความใกล้ชิดกับศิลปินมันผิดกันคนละเรื่อง แม้ว่าโปรดัคชั่นจะไม่ได้ใหญ่โตเท่าที่เคยเห็นมา แต่ส่วนตัวแล้วคิดว่างานสร้างระดับนี้ลงตัวกับบทละครยุคเก่าๆมากกว่า อย่างตอนฉลอง 25 ปีที่มีการใช้จอ LED ช่วยประกอบการแสดงที่สร้างเทคนิคใหม่ๆให้กับเรื่อง ผมกลับชมอันนี้ที่มันดูดิบกว่าและเข้ากับเรื่องมากกว่า แต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีเทคนิคตระกาลตาซะทีเดียว เพราะละครเพลงเรื่องนี้เน้นความลึกลับสยองขวัญ, บทโรแมนติก และฉากอลังการที่สามารถอัดเทคนิคใต้เวที-โคมระย้า-แสงไฟได้เต็มที่ ข้อดีของการมาแสดงในโรงละครรเมืองไทยรัชดาลัยนี้คือด้านเทคนิคเขาพร้อมมากในระดับหนึ่ง ทำให้ระบบเสียงกับระบบแสงไฟออกมาสวยงามและคุ้มค่ากับการแสดงมากๆ
 
 
ด้านนักแสดงแม้จะเป็น International Cast แต่ก็ไม่น่าผิดหวังเลย ทุกคนลงคาร์แร็คเตอร์กันได้อย่างดี แฟนธอมรับบทโดย Brad Little ผู้เคยเล่นเป็นราอูลมาแล้วในปี 1986 กับเว็บเบอร์เอง แฟนธอมเวอร์ชั่นนี้เหมือนเด็กเอาแต่ใจมากกว่าปิศาจ ซึ่งเสียงของแบรดก็ไม่ได้แพ้แฟนธอมคนอื่นๆเลย แม้จะเน้นแหลมมากกว่านุ่มนวล แต่ช่วงทรงพลังนี่เขากินขาดจริงๆ ขณะที่บทคริสตินที่ได้ Claire Lyon นักแสดงแทนในบทเดิมจาก Love Never Dies โปรดัคชั่นในในออสเตรเลียที่เป็นภาคต่อของ The Phantom of the Opera ซึ่งเธอสามารถรับบทคริสตินได้สมบทบาท แม้ว่าสเน่ห์ของเธอจะยังไม่โดดเด่นเท่าคริสตินท่านอื่นๆ แต่เรื่องพลังเสียงของเธอก็ไม่ได้เป็นรองใคร และสะกดผู้ชมในบทเพลง Wishing You Were Somehow Here Again ได้สุดยอด ทว่านักแสดงที่ผมชอบมากที่สุดในเรื่องกลับเป็นผู้รับบทราอูลอย่าง Anthony Downing ซึ่งปกติบทนี้จะเป็นรองและคนเชียร์น้อยกว่าแฟนธอมด้วยซ้ำ แต่แอนโธนี่ก็สามารถกุมผู้ชมเอาไว้ได้และแย่งบทพระเอกมาได้ไม่ยากเลย บทที่แย่งซีนมากที่สุดคือคาร์ล็อตต้า รับบทโดย Andrea Creighton ซึ่งเธอก็ออกมาฮาระดับหนึ่ง แต่บทเวทีนั้นผมกลับคิดว่าคนที่แย่งซีนคือคู่หูเจ้าของโรงละครอย่างมองซิเออร์เฟอร์แมงและมองซิเออร์อังเดร เพราะปกติแล้วผมจะเฉยๆกับสองตัวละครนี้มาก แต่ John O'May และ Jason Ralph ผู้รับบทดังกล่าวก็ทำให้ตัวละครของพวกเขาออกมาเพี้ยนและฮากว่าที่คาด ส่วนตัวละครอื่นๆอย่างมาดามจีรีและเม็กกลับเป็นตัวประกอบที่ดูไม่น่าจดจำเท่าไหร่นัก
 
งานโปรดัคชั่นของเรื่องนี้อย่างที่กล่าวไปคือใช้วีธีเก่าๆมากกว่าพึ่งเทคโนโลยีดิจิตอล หลายฉากดูใช้เซตติ้งง่ายๆแต่ก็สวยงามอย่างเหลือเชื่อด้วยเทคนิคของไฟและสี อย่างฉากห้องแต่งตัวของคริสตินที่นำม่านมาประกอบได้สวยงาม ฉากกระจกของแฟนธอมที่ไม่ได้ดูแฟนตาซีจนเกินไป และคงอารมณ์ขลังไว้ได้ดี ฉากทะเลสาบใต้ดินของแฟนธอมที่มีเทียนหลายรอยเล็มสะท้อนกับพื้นหมอกดรายไอซ์ที่มีแสงเป็นลายน้ำ การจัดสีไฟของฉากนี้นับว่าระดับเทพจริงๆ ฉากงานเลี้ยงสวมหน้ากากที่เปิดองค์สองได้อลังการมากๆ อดสงสัยไม่ได้ว่ายัดบันไดกลับหลังเวทีไปยังไง นอกจากพร็อพในฉากต่างๆแล้ว การจัดวางตัวเวทีก็นับว่าเนี้ยบสุดๆ ส่วนตัวชอบเวทีสไตล์นี้มากๆที่ออกมาดูหรูอย่างน่ากลัว อีกทั้งยังมีลูกเล่นทางเดินและแขวนตัวมากมาย น่าเสียดายที่ฉากแชนเดอเลียร์ที่รอคอยกลับเป็นซีนที่ผมไม่ได้ประทับใจมากนัก ด้านระบบเสียงการบรรเลงดนตรีวงออร์เครสตร้าอยู่ในระดับดี อาจไม่ยิ่งใหญ่เท่ากับชมในโรงภาพยนตร์เพราะรู้สึกว่ามีเครื่องดนตรีมาตัวที่เน้นโดดมาแปลกๆอย่างฟลุต แต่ถึงกระนั้นก็นับว่าได้ฟังดนตรีสดๆแล้วมันชื่นใจดีจริงๆ ที่ผมเซอร์ไพรส์อีกอย่างคือมีซับไทยบนจอให้อ่านด้วย แม้จะน่ารำคาญเพราะมันดึงสายตาเหลือเกิน (แถมมีแปลผิดอีกตะหาก) ทำให้เสียสมาธิดูไปบ้าง แต่ก็คงดีสำหรับท่านที่ไม่เคยชมมาก่อนแล้วฟังไม่ออก เพราะร้องเป็นโอเปร่าห์นี่ฟังยากจริงๆ แถมยังทำให้รู้ว่าจังหวะเขาซ้อมมาเป๊ะขนาดไหนให้ตรงกับซับที่ฉายคำต่อคำทีเดียว
 
The Phantom of the Opera ที่มาจัดแสดงในกรุงเทพอาจไม่ใช่โปรดัคชั่นที่ใหญ่มาก แต่ก็มีความอลังการอยู่ในตัวระดับหนึ่ง บวกกับนักแสดงและงานเทคนิคที่ซักซ้อมกันมาอย่างดีก็ทำให้การแสดงในคืนเมื่อวานนั้นออกมาราบรื่นและงดงามไม่น้อยหน้าฉบับอื่นๆเลย การได้นั่งชมในบทละครระดับโลกในโรงละครดีๆที่ผมเฝ้ารอมาเกือบสิบนั้นถือว่าสร้างความประทับใจให้ผมอย่างมาก ต้องขอขอบคุณคุณบอย-ถกลเกียรติ วีรวรรณ ที่นำละครเรื่องนี้มาให้บ้านเราได้ชมกันเสียที และหวังว่าจะประสบความสำเร็จในเมืองไทยมากๆ เผื่อโอกาสหน้าจะได้มีละครเพลงดังเข้ามาจัดแสดงในบ้านเราอีกบ่อยๆในอนาคตครับ

ฉลองบล็อกครบรอบ 4 ปี

posted on 07 May 2013 00:49 by kc-eazyworld in Lifestyle directory Lifestyle
ผ่านไปอีกปีแล้วกับเว็บบล็อก kc-eazyworld.exteen.com คราวนี้ก็ถึงเลข 4 กับเขาละ ปีที่ผ่านมาบล็อกนี้มีการเปลี่ยนแปลงเยอะทีเดียว ที่ชัดสุดคงจะเป็นการเปลี่ยนธีมครั้งใหญ่ที่ทำให้บล็อกสะอาดและกว้างขึ้น และปีนี้ก็ปรับบล็อกเป็นบล็อกหนังประมาณ 90% แล้ว ปีนี้คงไม่มีอะไรมาแจก (เพราะปกติจะมาพร้อมอัลบั้ม Ultimate Trailer Music แต่ปีนี้ดันแจกไปก่อนซะแล้ว ฮ่าๆ) ก็ขอปิดท้ายเลยละกันว่าขอบคุณท่านที่เคยเข้ามาชมตั้งแต่ปีแรกๆหรือท่านที่เพิ่งเข้ามาชมไม่ว่าจะจากแฟนเพจหรือที่ไหนก็ตาม ยังไงก็ฝากบล็อกในปีต่อๆไปด้วยนะครับ
 

Happy New Year 2013

posted on 31 Dec 2012 18:42 by kc-eazyworld in Lifestyle directory Lifestyle, Diary
สวัสดีปีใหม่ สวัสดีปีงูครับทุกท่าน ปีใหม่นี้อยากจะขออวยพรเพื่อนๆชาว Exteen และผู้อ่านบล็อกทั่วไป ให้เจริญรุ่งเรือง บล็อกโด่งดังกันถ้วนหน้า เที่ยวให้สนุก ระวังเจอเฮซุสนะครับ แล้วพบกันใหม่ปี 2013 จะเขียนบล็อก-รายงานรีวิวภาพยนตร์ให้อ่านกันเรื่อยๆครับ :-)
 

Worst Films of 2012

posted on 31 Dec 2012 00:11 by kc-eazyworld in Lifestyle directory Entertainment, Lifestyle, Diary
 
ชาร์ตอันดับยอดเยี่ยมจะลงไปเรียบร้อยแล้ว (ชม Kc Chart of the Year 2012 ได้ที่นี่) วันนี้ขอลงบรรดาภาพยนตร์ยอดแย่กันบ้าง เช่นเคยกับสาขา Worst Pictures, Worst Actors และ Worst Actress แต่ปีนี้ขอเพิ่มอีก 1 สาขา นั่นก็คือ Most Disappointing Films โดยจะต่างกับ Best Pictures คือจะเป็นหนังที่ตัวกระผมเองตั้งความคาดหวังไว้ก่อนชมค่อนข้างสูง ชมลิสต์ได้ด้านล่างเลยครับ (ชื่อทั้งหมดในลิสต์เป็นความเห็นส่วนตัว)

Top of 2012

posted on 30 Dec 2012 14:00 by kc-eazyworld in Lifestyle directory Entertainment, Lifestyle, Diary
เพิ่งลงชาร์ตประจำปี 2012 ไปเมื่อวาน วันนี้เลยขอเอาสาขาใหญ่ๆทั้งสามมาสรุปให้ดูกันหน่อย เริ่มที่ด้านเพลง-อันดับ 1 จะเป็นใครไปไม่ได้นอกเสียจาก Skyfall ขับร้องโดย Adele เพลงที่รอข้ามปี ตามมาด้วยอันดับ 2 บอยแบนด์โปรดตลอดกาลอย่างซิงเกิลใหม่ของ Blue เพลง Hurt Lovers นอกจากนี้ยังมีวงดนตรีทั้งหน้าใหม่และหน้าเก่าผุดมาปีนี้เพียบ อย่าง Imagine Dragons, The Shins, OneRepublic, Young the Giant และ Keane ยังมีทีมนักแสดงจาก Smash ที่ขับร้องเพลงประกอบซีรีส์ กับอีกหนุ่ม Mayer Hawthorne กับเพลงเจ็บๆของเขาด้วย
 
ด้านภาพยนตร์ อันดับ 1 ตกเป็นของ The Dark Knight Rises จาก Christopher Nolan สมัยที่สามแล้ว ตามด้วย The Artist ออสการ์การันตี ส่วนหนังรวมฮีโร่ The Avengers ก็ไม่น้อยหน้า ขึ้นมาอันดับที่ 3 ตามมาติดๆกับ Hugo, Prometheus, The Perks of Being a Wallflower, Looper, The Skin I Live In และ Cloud Atlas
 
ทีวีซีรีส์ปีนี้เป็นทีของ Game of Thrones ครองแชมป์บ้าง อันดับสองตกเป็นของซีรีส์มิวสิคัลใหม่ Smash และอันดับสามก็เป็นซีรีส์ใหม่เช่นกัน นั่นคือ Arrow ขณะที่แชมป์เก่า The Walking Dead ตกมาอันดับ 4 เพราะอิทธิพลจากซีซั่นสอง และตามมาด้วย Revenge, American Horror Story Asylum, Sherlock, Political Animals, Modern Family และ Supernatural เจ้าเก่า
 
 

Links